บทที่ 6
การสั่งการ
การสั่งการ (Leading)

การสั่งการ (Leading) หรือ การอำนวยการ (Directing) หมายถึง การ ที่ผู้บริหารใช้อำนาจหน้าที่ ของตน กระตุ้น จูงใจ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอุทิศตน และ ร่วมแรงร่วมใจ กับสมาชิกอื่นๆในองค์การ เพื่อการบรรลุเป้าหมายขององค์การผู้บริหารควรมีลักษณะ และ บทบาทในการสั่งการดังนี้
1.การให้ความสนใจศึกษารูปแบบพฤติกรรมของมนุษย์ภายในองค์การ
2.การปฏิบัติตนในฐานะผู้นำ ขององค์การอย่างเหมาะสม
3.การตระหนักถึงความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชา
4.การกำหนดงานหรือมอบหมายงานที่ชัดเจน
5.การส่งเสริมกิจกรรม และเสริมสร้างความรู้ และทัศนคติที่ดี ให้กับผู้ปฏิบัติงาน
6.การประสานงานและการตัดสินใจงานด้วยความเรียบร้อย
7.การสร้างขวัญ และ ระบบการจูงใจในการปฏิบัติงาน
8.การให้ความสำคัญด้านการติดต่อสื่อสารภายในองค์การ
9.การให้รางวัลอย่างเหมาะสม

ส่วนสำคัญในหน้าที่ของการสั่งการ มีดังนี้ คือ
1. 
บุคคลและองค์การ (Individual and Organization)
     เป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายของตัวบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเกิดและการคงอยู่
     ขององค์การจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้จัดการจะต้องเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างจุดมุ่งหมาย
     ของตัวบุคคล และจุดมุ่งหมายขององค์การ คือ จะต้องไม่ขัดแย้งกันและให้เป็นไปในทางที่
     จะส่งเสริมเป้าหมายในกันและกันให้มากที่สุด
2.  พฤติกรรมและการจูงใจ (Behavior and Motivation)  
     จากสมมุติฐาน 3 ประการ ของพฤติกรรมของมนุษย์ คือ เกิดขึ้นได้โดยต้องมีสาเหตุสิ่งจูงใจ
     และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะเป็นไปโดยมีจุดมุ่งหมายแบบของพฤติกรรมย่อมแตกต่างกันออกไป
     ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล กล่าวได้ว่า เมื่อมีแรงจูงใจในการทำงานเกิดขึ้นบุคคลจะเกิดความเชื่อมั่น
     ในการแสดงพฤติกรรม และเกิดความภาคภูมิใจเมื่อทำงานนั้นสำเร็จลุล่วงได้ดี
3.  ความเป็นผู้นำ (Leadership)   
     การเป็นผู้นำถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่งของผู้จัดการเป็นเทคนิคอันหนึ่งในการที่จะโน้มน้าวจิตใจ
     ให้บุคคลเกิดความเชื่อมั่น และแสดงพฤติกรรมออกในแนวทางที่ต้องการ ดังนี้   
     จึงถือว่าเป็นผู้นำเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งของการสั่งการ บุคลิก ความสามารถ คำพูด
     อาจเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดภาวะผู้นำในตัวผู้จัดการได้
4.  กระบวนการติดต่อสื่อสาร (The Process of Communication)
     ผู้จัดการจะประสบความสำเร็จในการสั่งการ ได้ย่อมขึ้นอยู่กับการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล
     ในองค์การ เพราะการติดต่อสื่อสาร หมายถึง การถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารความเข้าใจต่าง ๆ
     ระหว่างบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ดังนั้นการที่จะให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความเข้าใจ ในคำสั่ง
     และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างถูกต้องก็ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกระบวนการติดต่อสื่อสาร
     เพื่อให้เกิดสั่งการเป็นไปด้วยดีการติดต่อสื่อสาร

บทบาท และ หน้าที่ของผู้บังคับบัญชา
1.จัดทำ แผนการทำ งาน
2.กำหนดงานให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน
3.จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำ งาน
4.กระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานทำ งานให้เกิดประสิทธิภาพและ เกิดประสิทธิผล
5.จูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานกระตือรือร้นในการทำ งาน
6.ติดตาม กำ กับ และ ควบคุมการปฏิบัติงาน
7.ให้ความช่วยเหลือ และ แก้ไขข้อผิดพลาดในการทำ งาน

คุณสมบัติของผู้บังคับบัญชาที่ดี
1.มีความเข้าใจความเป็นมนุษย์
2.มีปฏิภาณไหวพริบดี
3.สามารถตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน
4.เป็นที่ศรัทธาของผู้ใต้บังคับบัญชา
5.เมีความซื่อสัตย์ และ รับผิดชอบต่อคำ สั่งที่สั่งออกไป
6. มีวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์
7.มีความยืดหยุ่นต่ออำ นาจหน้าที่
8. มีทักษะทางเทคนิคที่พอเพียงในการมอบหมายงาน
เชื่อหรือไม่ว่า…..บทบาททางด้านพฤติกรรมศาสตร์เป็นความรู้พื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งของผู้บริหาร…..

KeithDavisandJohnW.newstromได้สรุปแนวคิดทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารไว้ดังนี้

รูปแบบ

  
ข้อพิจารณา เผด็จการ เน้นเศรษฐกิจ สนับสนุน กลุ่มและคณะพื้นฐานของรูปแบบ อำ นาจ เศรษฐกิจ ภาวะผู้นำ เพื่อนร่วมงานการบริหาร อำ นาจหน้าที่ เงิน การสนับสนุน ทีมงานพนักงาน การเชื่อฟังความมั่นคงและผลประโยชน์การปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบผลทางจิตวิทยาของพนักงานขึ้นอยู่กับผู้บริหารขึ้นอยู่กับองค์การ
การร่วมมือกัน การมีวินัยในตนเองความต้องการของพนักงาน การมีชีวิตอยู่ ความมั่นคงสถานภาพและการยอมรับการเข้าใจตนเองผลของการปฏิบัติงาน ระดับตํ่าร่วมมือแบบไม่กระตือรือล้น ตื่นตัวกระตือรือร้นระดับปานกลาง

ภาวะผู้นำ (Leadership)
   
ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการที่บุคคลหนึ่ง(ผู้นำ) ใช้อิทธิพล และ อำนาจของตนกระตุ้นชี้นำ ให้ผู้อื่น (ผู้ตาม) มีความกระตือรือร้น เต็มใจทำ ในสิ่งที่เขาต้องการ โดยมีเป้าหมายขององค์การเป็นจุดหมายปลายทาง…..

คุณลักษณะของภาวะผู้นำ
(ทางบุคลิกภาพ และ การจูงใจ)
1.ความสามารถในการบังคับบัญชา
2.ความต้องการความสำเร็จในอาชีพ
3.สติปัญญา
4.การตัดสินใจ
5.ความมั่นใจในตนเอง
6.ความคิดริเริ่ม

แบบของผู้นำ
    
ผู้นำ แบบอัตตาธิปไตย ผู้ตาม ผู้ตาม ผู้ตามผู้นำ แบบประชาธิปไตยหรือผู้นำ แบบร่วมมือกันผู้ตาม ผู้ตาม ผู้ตามผู้นำ แบบเสรีนิยมผู้ตาม ผู้ตาม ผู้ตาม
แบบของอำนาจ
   
อัตตาธิปไตย ประชาธิปไตยหรือการร่วมมือกัน เสรีนิยมเน้นอำนาจที่ผู้นำ เน้นอำนาจทั้งผู้นำ และผู้ปฏิบัติงาน เน้นอำนาจที่ผู้ปฏิบัติงานการสั่งการจะได้ผลตามเจตนารมณ์ของผู้นำ มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่ว่าผู้นำ นั้นมีคุณลักษณะ และ ความสามารถที่จะทำ ตนให้มีอิทธิพลเหนือผู้อื่นโดยวิธีใดนั่นเอง...

การจูงใจ (Motivation)
    
การนำ ปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การทำ ให้ตื่นตัวการคาดหวัง การใช้เครื่องล่อ การลงโทษมาเป็นแรงผลักดันให้บุคคลแสดงพฤติกรรมตามทิศทางที่ต้องการเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายหรือเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ธรรมชาติของการจูงใจความพึงพอใจ ความต้องการที่ความต้องการได้รับ ยังไม่ได้รับการตอบสนอง การตอบสนองแรงขับลดลง เกิดแรงขับความต้องการได้รับ ถ้าความต้องการไม่ได้รับ กำหนดทิศทางการตอบสนองการตอบสนอง (เป้าหมาย) แสดงพฤติกรรมเพื่อให้สนองความต้องการทฤษฎีการจูงใจ (Theory of Motivation)

ทฤษฎีการจูงใจของมาสโลว์ (Abraham H. Maslow) :เชื่อว่า...พฤติกรรมของบุคคลเป็นผลมาจากการสนองความต้องการตามลำ ดับขั้น ดังนี้..
1.ความต้องการความสำ เร็จและมีคุณค่า
2.ความต้องการเกียรติยศความภาคภูมิใจ
3.ความต้องการทางด้านสังคม & ความรัก
4.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย
5.ความต้องการทางด้านสรีระขั้นต้น

ทฤษฎีการจูงใจของเฮิร์ซเบิร์ก (Herzberg): เน้นการกระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานด้วยความพึงพอใจ
ทฤษฎีสองปัจจัย (Hertzberg’s Tow - Factors Theory)
1. ปัจจัยการจูงใจ
(Motivators Factors (Needs))
2. ปัจจัยการบำรุงรักษา(Hygiene Factors (Needs))

ความไม่พึงพอใจ ความพึงพอใจในงาน
   
งาน (The Job) งานที่ท้าทาย การยอมรับ ความรับผิดชอบลักษณะของงาน โอกาสความก้าวหน้าความรู้สึกต่อความสำเร็จไม่พึงพอใจ ไม่ปรากฏความไม่พึงพอใจสิ่งแวดล้อม (Environment) การจ่ายค่าตอบแทน สถานภาพ ความมั่นคงสภาพการทำ งาน ผลประโยชน์ นโยบายการบริหาร ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล

ทฤษฎีแรงจูงใจของแมคเคลแลนด์ (Mc Cleland): ศึกษาความต้องการของมนุษย์

โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
1. ความต้องการความสำ เร็จ (Need for achievement)
2. ความต้องการมีอำ นาจ (Need for power)
3. ความต้องการความสัมพันธ์ (Need for affiliation)
พฤติกรรมกลุ่ม และ การเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมกลุ่ม (Group Behavior)
1.ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล (interpersonal relations)
2.บทบาท (role)
3.ปทัสถานหรือบรรทัดฐาน (norms)
4.ค่านิยม (values)
5.พลวัติของกลุ่ม (group dynamics)

การเปลี่ยนแปลง
1.การเปลี่ยนแปลงตามวิวัฒนาการ
2.การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง
3.การเปลี่ยนแปลงแบบมีแผน

หากมีการเปลี่ยนแปลงณที่ใดย่อมมีการต่อต้านณที่นั้นดังนั้นผู้บริหารควรสร้างให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความรู้สึกดังต่อไปนี้

1.เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นการลดภาระหน้าที่แทนการเพิ่มภาระ
2.การเปลี่ยนแปลงให้ความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆ
3.การเปลี่ยนแปลงมีความสอดคล้องกับค่านิยมของสมาชิกในองค์การ
4.สมาชิกรู้สึกว่ามีอิสระ และ มั่นคง
5.สมาชิกมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา
6.ผู้เปลี่ยนแปลง และ ผู้ถูกเปลี่ยนแปลงตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน

การติดต่อสื่อสาร (Communication)
   
เป็นการติดต่อส่งข่าวสาร ข้อเท็จจริงความคิดเห็นจากผู้หนึ่งไปยังอีกผู้หนึ่งโดยมีจุดประสงค์ เพื่อที่ให้ผู้รับข่าวสารเกิดความเข้าใจ.........

กระบวนการติดต่อสื่อสาร
   
ผู้ส่งข่าว ช่องการติดต่อสื่อสาร ผู้รับข่าวสารS e n d e r T r a n s m i s s i o n
Receiverความคิด การเข้ารหัส ข่าวสาร การแปลความหมาย การกระทำIdea Encode Information Interpretation Actionข้อมูลย้อนกลับ (Feedback Data)

ช่องทางการติดต่อสื่อสารในองค์การ
1.การติดต่อสื่อสารจากบนลงล่าง
2.การติดต่อสื่อสารจากล่างขึ้นบน
3.การติดต่อสื่อสารตามแนวนอน
4.การติดต่อสื่อสารแบบทแยงมุม